ทำไมกินยาแล้วสิวขึ้น

สิวไม่ได้เกิดจากเชื้อแบคทีเรียเพียงอย่างเดียวเท่านั้น หากแต่ยังเป็นปฏิกิริยาทางร่างกายอย่างหนึ่งที่แสดงออกมาเมื่อเกิดอาการต่อต้านสารเคมีบางตัวที่เราใช้หรือรับประทานเข้าไปอีกด้วย หรือที่เรียกกันอีกหนึ่งว่า “อาการแพ้ยา” นั่นเองค่ะ ดังนั้น คนที่มีความจำเป็นต้องรับประทานยาเป็นประจำจึงมักประสบปัญหาเรื่องสิวที่ผุดขึ้นมาเต็มใบหน้าอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ตัวอย่างของยาเหล่านี้ได้แก่
– ยาต้านเชื้อวัณโรคอีแทมบูทอล (Ethambutol) ที่ต้องใช้ร่วมกับยารักษาวัณโรคอีกสามชนิดด้วยกัน คือ ไอโซไนอาซิด (Isoniazid), ไรแพมพิน หรือ ไรแพมพิซิน (RifampinRifampicin) และไพราซินาไมด์ (Pyrazinamide)
– ยาไฮแดนโทอิน หรือที่รู้จักในนามของยาต้านอาการชัก
– ยาที่มีส่วนประกอบของคลอไรด์และไอโอดีน
– ยาปรับสมดุลและควบคุมฮอร์โมนทุกชนิด
– ยาปฏิชีวนะทั้งหลาย
– ยาสเตียรอยด์ไม่ว่าจะเป็นชนิดใช้ทาภายนอกหรือชนิดรับประทาน
– ฯลฯ
แน่นอนว่าการรักษาสิวที่เกิดขึ้นจากการแพ้ยานี้จะไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้เพราะคุณยังต้องรับประทานยาเหล่านี้อยู่นั่นเอง ทางแก้ที่พอจะเป็นไปได้ก็คือการเข้าพบแพทย์ของคุณและขอคำปรึกษาเกี่ยวกับผลข้างเคียงของยาที่เกิดขึ้นกับคุณ หมออาจพิจารณาเปลี่ยนยาตัวใหม่ให้หรืออื่น ๆ ขึ้นอยู่กับการวินิจฉัยของท่าน แต่หากไม่มียาตัวไหนที่เหมับอาการป่วยของคุณเท่ากับยาที่จัดให้ก่อนหน้านี้แล้วละก็ ขั้นตอนต่อไปที่คุณทำได้ก็คือการทำใจยอมรับในสิ่งที่เป็นให้ได้ คิดเสียว่ามันเป็นเพียงอาการป่วยอย่างหนึ่งที่กำลังอยู่ในระหว่างการรักษา อย่าไปหยุดยาเองเพียงเพราะความรักสวยักงามเด็ดขาดเพราะจะทำให้คุณไม่หายจากโรคที่เป็นอยู่เสียที ทางที่ดีคือรีบรักษาตัวให้หายแล้วค่อยมาฟื้นฟูสภาพผิวกันทีหลัง

by

Leave a Reply