ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา เงินได้พึงประเมิน ประเภทที่ 2

เงินได้พึงประเมิน ประเภทที่ 2 หรือ เงินได้ประเภทที่ 2 มีลักษณะคล้ายกับเงินได้ประเภทที่ 1 แต่แตกต่างตรงที่ได้รับเงินจากนายจ้างแบบไม่สม่ำเสมอ ในแต่ละเดือนไม่ได้กำหนดอย่างชัดเจนว่าจะได้เงินนี้ในจำนวนเท่าไหร่ ตัวอย่างเงินได้ประเภทที่ 2 ที่เห็นได้ชัดคือ ค่าจ้างทั่วไป และ ค่าคอมมิชชั่นจากการขายสินค้าของพนักงานที่ในแต่ละเดือนก็จะแปรผันไปตามยอดขาย มองดูผิวเผินคอมมิชชั่นจะคล้ายกับค่าจ้างจากการทำงานล่วงเวลาจากงานประจำ แต่คอมมิชชั่นนั้นไม่ใช่เงินที่อยู่ในรูปแบบการจ่ายจากนายจ้างถึงลูกจ้าง แต่เป็นการได้เพิ่มจากการขาย
การคำนวณภาษีของเงินได้ประเภทที่ 2 เหมือนกับเงินได้ประเภทที่ 1 คือหักออก 50 เปอร์เซ็นต์ถือเป็นต้นทุน แต่ก็ไม่สามารถเกิน 100,000 บาทในปีภาษีนั้น ๆ ซึ่งในขั้นตอนคำนวณภาษีสามารถรวมเงินได้ประเภทที่ 1 และเงินได้ประเภทที่ 2 เป็นก้อนเดียวกันแล้วหัก ออก 50% ก็ได้
ตัวอย่าง บี เป็นพนักงานขายประกัน ในปีภาษีนี้ มีเงินได้ประเภทที่ 1 ที่เป็นเงินเดือน 200,000 และ มีเงินได้ประเภทที่ 2 จากค่า คอมมิชชั่น 300,000 บาท ดังนั้นใจปีนี้ บี ถือว่ามีเงินได้สุทธิ (200,000 + 300,000) x 50% = 250,000
ข้อควรระวัง เงินที่ได้จาก การประกอบอาชีพอิสระไม่ถือเป็นเงินได้ประเภทที่ 2 เพราะไม่ได้อยู่ในรูปแบบของเงินที่ได้รับจากนายจ้างถึงลูกจ้างแบบเป็นประจำ ทำให้ไม่สามารถกำหนดได้ว่าในแต่ละเดือนจะได้เท่าไหร่ ส่วนใหญ่แล้วเงินได้ประเภทที่ 2 มักจะพบในค่านายหน้า ค่าคอมมิชชั่น ค่าจ้างวิทยากร ค่าจ้างให้คำปรึกษา ค่าจ้างทำงานเฉพาะงาน ค่าจ้างพิธีกร ค่าจ้างนักจัดรายการทีวี

by

Leave a Reply