2013

สิวไม่ได้เกิดจากเชื้อแบคทีเรียเพียงอย่างเดียวเท่านั้น หากแต่ยังเป็นปฏิกิริยาทางร่างกายอย่างหนึ่งที่แสดงออกมาเมื่อเกิดอาการต่อต้านสารเคมีบางตัวที่เราใช้หรือรับประทานเข้าไปอีกด้วย หรือที่เรียกกันอีกหนึ่งว่า “อาการแพ้ยา” นั่นเองค่ะ ดังนั้น คนที่มีความจำเป็นต้องรับประทานยาเป็นประจำจึงมักประสบปัญหาเรื่องสิวที่ผุดขึ้นมาเต็มใบหน้าอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ตัวอย่างของยาเหล่านี้ได้แก่ – ยาต้านเชื้อวัณโรคอีแทมบูทอล (Ethambutol) ที่ต้องใช้ร่วมกับยารักษาวัณโรคอีกสามชนิดด้วยกัน คือ ไอโซไนอาซิด (Isoniazid), ไรแพมพิน หรือ ไรแพมพิซิน (RifampinRifampicin) และไพราซินาไมด์ (Pyrazinamide) – ยาไฮแดนโทอิน หรือที่รู้จักในนามของยาต้านอาการชัก – ยาที่มีส่วนประกอบของคลอไรด์และไอโอดีน – ยาปรับสมดุลและควบคุมฮอร์โมนทุกชนิด – ยาปฏิชีวนะทั้งหลาย – ยาสเตียรอยด์ไม่ว่าจะเป็นชนิดใช้ทาภายนอกหรือชนิดรับประทาน – ฯลฯ แน่นอนว่าการรักษาสิวที่เกิดขึ้นจากการแพ้ยานี้จะไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้เพราะคุณยังต้องรับประทานยาเหล่านี้อยู่นั่นเอง ทางแก้ที่พอจะเป็นไปได้ก็คือการเข้าพบแพทย์ของคุณและขอคำปรึกษาเกี่ยวกับผลข้างเคียงของยาที่เกิดขึ้นกับคุณ หมออาจพิจารณาเปลี่ยนยาตัวใหม่ให้หรืออื่น ๆ ขึ้นอยู่กับการวินิจฉัยของท่าน แต่หากไม่มียาตัวไหนที่เหมับอาการป่วยของคุณเท่ากับยาที่จัดให้ก่อนหน้านี้แล้วละก็ ขั้นตอนต่อไปที่คุณทำได้ก็คือการทำใจยอมรับในสิ่งที่เป็นให้ได้ คิดเสียว่ามันเป็นเพียงอาการป่วยอย่างหนึ่งที่กำลังอยู่ในระหว่างการรักษา อย่าไปหยุดยาเองเพียงเพราะความรักสวยักงามเด็ดขาดเพราะจะทำให้คุณไม่หายจากโรคที่เป็นอยู่เสียที ทางที่ดีคือรีบรักษาตัวให้หายแล้วค่อยมาฟื้นฟูสภาพผิวกันทีหลัง

by

ความกลัวและความกังวลใจเป็นสิ่งที่ใครๆก็สามารถเกิดขึ้นได้ ในกรณีที่อยู่ภายใต้สภาวะของความกดดัน ความเครียด ความกังวลต่างๆจะเข้ามาเพื่อทำให้คุณเกิดไม่มั่นใจคตนเอง ขาดสมาธิ และอาจจะทำให้งานหรือกิจกรรมต่างๆออกมาได้ไม่น่าพอใจนัก ยิ่งหากคุณกลายเป็นสาวเครียดและขี้กังวลแล้วด้วยล่ะก็ผลที่ตามมาอาจจน่าเป็นห่วงมากยิ่งขึ้น อาการเครียดและขี้กังวลเกิดได้จากหลายสาเหตุ เกิดจากความคิดที่ไม่สามารถหาทางออกได้หรือไม่สามารถตัดสินใจได้ หากคุณเป็นคนที่คิดมาก ชอบเครียดอยู่ตลอดเวลาและมักระแวงและขี้กังวลจนไม่สามารถทำอะไรต่อได้ ควรสลัดสิ่งเหล่านี้ออกไปจากชีวิตของคุณเสียซึ่งวิธีการแก้ที่ดีและได้ผลคือ 1.ต้องจัดการความเครียด ความเครียดความกังวลสามาถจัดการได้โดยเราต้องเรียงลำดับความสำคัญและแก้ไขปัญหาให้เหมาะสมกับเวลาและช่วงนั้น 2.ทำปัจจุบันให้ดีที่สุด ไม่ว่าอดีตหรืออนาคจะเกิดอะไรขึ้นมาก่อนหรือยังไม่เกิดก็ตามคุณเพียงทำวันนี้ให้ดีสิ่งที่ตามมันจะต้องดีขึ้นอย่างแน่นอน 3.หากิจกรรมสันทนาการ หากคุณเป็นคนหนึ่งที่เอาแต่ทำงานหรือคิดกังวลอยู่เสมอควรมองกิจกรรมที่ช่วยผ่อนคลายให้แก่คุณ เช่น ออกกำลังกาย นั่งสมาธิ ฟังเพลง เล่นดนตรี วาดรูป อ่านหนังสือการ์ตูน หรือดูหนังตลกสักเรื่อง จากผลวิจัยหลายสถาบันกล่าวว่าโรคความเครียดและวิตกกังวลมักเกิดขึ้นกับสุภาพตรีสูงถึง 70% และสามารถส่งผลกับสภาพร่างกายและจิตใจได้ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว ฉะนั้นคุณจึงไม่ควรมองข้ามอาการความเครีดยหรือความกังวลเหล่านี้ ต้องรู้จักหาทางแก้ปัญหาอย่างช้าๆเพื่อที่ร่างกายและสมองไม่ต้องเครียดและกังวลอีกต่อไป

by