2018

ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา เป็นภาษีที่บุคคลธรรมดาจะต้องจ่ายให้รัฐเพื่อนำไปพัฒนาประเทศ ซึ่งบุลคลธรรมกาประกอบด้วย คนไทย ทารก คนปกติ นักบวช คนพิการ คนตาย พระมหากษัตริย์ พระบรมวงศานุวงศ์ และ ยังรวมถึง ห้างหุ้นส่วนสามัญไม่จดทะเบียน บุคคลที่รวมตัวกันค้าขาย กองมรดกที่ยังไม่ได้แบ่ง ชาวต่างชาติที่ค้าขายในไทย ตามประมวลรัษฎากรกำหนดให้การเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาของประเทษไทยเป็นแบบขั้นบันได ซึ่งมีจุดเด่นในการเสียภาษีตามรายได้ของตน คนที่มีรายได้มากจะเสียภาษีมากส่วนคนที่มีรายได้น้อยจะเสียน้อย โดยจะคำนวณภาษีที่ต้องจ่ายตาม “เงินได้พึงประเมิน” เงินได้พึงประเมิน ไม่ได้หมายถึงเฉพาะเงินเท่านั้น แต่หมายถึงทุกอย่างที่ได้แล้วจะรวยขึ้น เช่น เงินเดือน เงินมรดก เงินปันผล สวัสดีการจากนายจ้าง ที่รวมถึง อาหาร ที่อยู่อาศัย สิ่งเหล่านี้ล้วนถูกเรียกว่า เงินได้พึงประเมิน ทั้งนั้น ซึ่ง เงินได้พึงประเมิน จะถูกแบ่งออกเป็น 8 ประเภท ในแต่ละประเภทจะมีข้อกำหนดที่ต่างกันไป บางประเภทเสียมาก บางประเภทก็ถือเป็นเงินได้พึงประเมินที่ได้รับการยกเว้นไม่ต้องเสียภาษี ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาจัดเป็นภาษีที่คนที่มีรายได้ทุกคนต้องจ่ายให้รัฐตามอัตราที่ประมวลรัษฎากรกำหนดไว้ มีคนจำนวนมากที่ไม่ทราบเรื่องนี้ บางคนเข้าใจผิดว่ามีรายได้ไม่ถึงเกณฑ์ขั้นต่ำ ไม่ต้องทำเรื่องภาษี แต่ความจริงแล้วทุกคนไม่ว่าจะมีรายได้มากน้อยขนาดใหนจะต้องไปทำเรื่องภาษีทั้งนั้น อย่างน้อยก็เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจในเรื่องชำระภาษีอย่างถูกต้องกามกฎหมาย

by

เงินได้พึงประเมิน ประเภทที่ 3 หรือ เงินได้ประเภทที่ 3 เป็นเงินที่อยู่ในรูปแบบของนามประธรรม เช่น ทรัพย์สินทางปัญญา ค่าลิขสิทธิ์ ค่าความนิยม(goodwill) และตามกฎหมายก็ยังกำหนดให้สามารถหักเงินได้ประเภทที่ 3 ออก 50 เปอร์เซ็นต์ เพื่อถือเป็นต้นทุน อีก 50 เปอร์เซ็นต์ ที่เหลือให้ถือเป็นเงินได้สุทธิ แต่ก็ยังไม่สามารถหักได้เกิน 100,000 บาทอยู่ดี เช่น ปีนี้ได้ค่าลิขสิทธิ์เพลงจากการขายทั้งหมด 10 ครั้ง แล้วได้เงินมา 1 ล้านบาท ถ้าคิดเป็นต้นทุน 50% จะสามารถหักได้ถึง 500,000 บาท แต่กฎหมายกำหนดไม่สามารถหักได้เกิน 100,000 บาท ดังนั้น กรณีนี้จึงถือว่ามีรายได้สุทธิ 900,000 บาท ลิขสิทธิ์และทรัพย์สินทางปัญญามีลักษณะคล้ายกันแต่ไม่เหมือนกัน ลิขสิทธิ์จะอยู่ในรูปแบบสิ่งที่แปลงออกมาเป็นผลิตภัณฑ์แล้วเช่น Videos รูปภาพ เพลง ภาพยนตร์ บทประพันธ์ โปรแกรมคอมพิวเตอร์ สิ่งเหล่านี้ถูกจัดให้อยู่ในรูปแบบของลิขสิทธิ์ หรือจะมองว่าเป็นค่าซื้อการนำไปเพื่อเผยแพร่ก็ได้ ส่วนทรัพย์สินทางปัญญาอยู่ในรูปแบบการขออนุญาตเพื่อใช้งาน สิ่งที่ถูกคิดค้นขึ้นมาแล้ว […]

by