admin

อย่างที่ทราบกันว่า ภาษีถือเป็นภาระหน้าที่ของประชาชนไทยทุกคนตั้งแต่แรกเกิด จนรวมไปถึงบุคคลที่มาอาศัยอยู่ หรือทำธุรกิจในประเทศไทย ตามประมวลรัษฎากรนั้นแบ่งประเภทของผู้เสียภาษีออกเป็น 2 ประเภทคือ บุคคลธรรมดา และ นิติบุคคล 1. บุคคลธรรมดา หมายถึงคนไทยทุกคนตั้งแต่แรกเกิด จนถึงตาย และรวมถึงคนที่อาศัยอยู่หรือทำธุรกิจในประเทศไทย ซึ่งจะต้องมีหน้าที่เสีย “ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา” และสำหรับบุคคลธรรมดายังบางแยกย่อยออกไปอีก 1.1 ทารก คนปกติ นักบวช คนพิการ คนตาย พระมหากษัตริย์ พระบรมวงศานุวงศ์ ตรงนี้ จะเห็นว่านับรวมคนตายด้วย เพราะว่า บางคนถึงแม้จะตายไปแล้วแต่ทรัพย์สินยังสามารถเพิ่มขึ้นได้ เช่น หุ้น และ เงินปันผล เงินได้ส่วนนี้จะต้องนำไปเสียภาษีตามกฎหมาย ซึ่งในกรณีที่ไม่สามารถชำระภาษีเองได้ จะต้องให้ผู้ที่เกี่ยวข้อง หรือผู้มีสิทธิ์ทำหน้าที่เสียภาษีแทน 1.1.1 กองมรดกที่ยังไม่ได้แบ่ง จะเห็นว่าในกรณี 1.1 จะนับรวมคนตาย ดังนั้น กองมรดกที่ยังไม่ได้แบ่ง จึงถูกนับรวมเป็น บุคคลธรรมดา เพราะมูลค่ามรดกยังมีการเปลี่ยนแปลงได้อยู่ 1.2 ห้างหุ้นส่วนสามัญไม่จดทะเบียน หรือ บุคคลที่รวมตัวกันค้าขาย เพราะตามประมวลรัษฎากร ห้างหุ้นส่วนสามัญไม่จดทะเบียนไม่ถือว่าเป็นนิติบุคคล ดังนั้นกรณีนี้จึงเป็นบุคคลธรรมดา […]

by

เงินได้พึงประเมิน ประเภทที่ 1 หรือ เงินได้ประเภทที่ 1 เป็นเงินได้ที่ได้รับจากนายจ้างเป็นประจำ ปกติแล้วอยู่ในรูปแบบของเงินเดือนเป็นหลัก แต่ยังนับรวมทรัพย์สินหรือเงินได้ในรูปแบบอื่น ๆ อีกด้วย เช่น เบี้ยเลี้ยง บำนาญ ค่าชดเชยการเลิกจ้างงาน โบนัส ค่าทำงานล่วงเวลา ค่าทำงานนอกกะ ค่าอาหาร ค่าที่พักที่นายจ้างออกให้ ค่าชำระหนี้ให้ โดยรวมแล้วจะกล่าวว่าเงินได้ประเภทที่ 1 คือทรัพย์สินทุกอย่างตั้งแต่เงินไปจนถึงสวัสดีการที่นายจ้างมอบให้ เงินได้ประเภทนี้มีความพิเศษคือ ไม่มีต้นทุน แต่ถ้าจะบอกว่าเงินได้ประเภทที่ 1 ถือเป็นรายได้ทั้งหมดก็ไม่ใช่เสียทีเดียว เพราะคนทำงานก็ต้องลงแรงไปมากเหมือนกัน ฉะนั้นเพื่อความเป็นธรรมตามประมวลกฎหมายรัษฎากรจึงได้กำหนดให้หักเงินที่ได้มาออก 50% แล้วให้เป็นต้นทุน แต่ในปีภาษีนั้น ๆ จะไม่สามารถหักออกได้เกิน 100,000 บาท ส่วนเงินที่เหลือถือเป็นรายได้สุทธิที่ต้องนำไปคำนวณจ่ายภาษี ตัวอย่าง เอ มีเงินได้พึงประเมินตลอดปี รวมแล้วได้ 300,000 บาท ดังนั้น ให้หักออก 50% จะได้ 300,000 x 50% = 150,000 แต่ […]

ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา เป็นภาษีที่บุคคลธรรมดาจะต้องจ่ายให้รัฐเพื่อนำไปพัฒนาประเทศ ซึ่งบุลคลธรรมกาประกอบด้วย คนไทย ทารก คนปกติ นักบวช คนพิการ คนตาย พระมหากษัตริย์ พระบรมวงศานุวงศ์ และ ยังรวมถึง ห้างหุ้นส่วนสามัญไม่จดทะเบียน บุคคลที่รวมตัวกันค้าขาย กองมรดกที่ยังไม่ได้แบ่ง ชาวต่างชาติที่ค้าขายในไทย ตามประมวลรัษฎากรกำหนดให้การเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาของประเทษไทยเป็นแบบขั้นบันได ซึ่งมีจุดเด่นในการเสียภาษีตามรายได้ของตน คนที่มีรายได้มากจะเสียภาษีมากส่วนคนที่มีรายได้น้อยจะเสียน้อย โดยจะคำนวณภาษีที่ต้องจ่ายตาม “เงินได้พึงประเมิน” เงินได้พึงประเมิน ไม่ได้หมายถึงเฉพาะเงินเท่านั้น แต่หมายถึงทุกอย่างที่ได้แล้วจะรวยขึ้น เช่น เงินเดือน เงินมรดก เงินปันผล สวัสดีการจากนายจ้าง ที่รวมถึง อาหาร ที่อยู่อาศัย สิ่งเหล่านี้ล้วนถูกเรียกว่า เงินได้พึงประเมิน ทั้งนั้น ซึ่ง เงินได้พึงประเมิน จะถูกแบ่งออกเป็น 8 ประเภท ในแต่ละประเภทจะมีข้อกำหนดที่ต่างกันไป บางประเภทเสียมาก บางประเภทก็ถือเป็นเงินได้พึงประเมินที่ได้รับการยกเว้นไม่ต้องเสียภาษี ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาจัดเป็นภาษีที่คนที่มีรายได้ทุกคนต้องจ่ายให้รัฐตามอัตราที่ประมวลรัษฎากรกำหนดไว้ มีคนจำนวนมากที่ไม่ทราบเรื่องนี้ บางคนเข้าใจผิดว่ามีรายได้ไม่ถึงเกณฑ์ขั้นต่ำ ไม่ต้องทำเรื่องภาษี แต่ความจริงแล้วทุกคนไม่ว่าจะมีรายได้มากน้อยขนาดใหนจะต้องไปทำเรื่องภาษีทั้งนั้น อย่างน้อยก็เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจในเรื่องชำระภาษีอย่างถูกต้องกามกฎหมาย

by

เงินได้พึงประเมิน ประเภทที่ 3 หรือ เงินได้ประเภทที่ 3 เป็นเงินที่อยู่ในรูปแบบของนามประธรรม เช่น ทรัพย์สินทางปัญญา ค่าลิขสิทธิ์ ค่าความนิยม(goodwill) และตามกฎหมายก็ยังกำหนดให้สามารถหักเงินได้ประเภทที่ 3 ออก 50 เปอร์เซ็นต์ เพื่อถือเป็นต้นทุน อีก 50 เปอร์เซ็นต์ ที่เหลือให้ถือเป็นเงินได้สุทธิ แต่ก็ยังไม่สามารถหักได้เกิน 100,000 บาทอยู่ดี เช่น ปีนี้ได้ค่าลิขสิทธิ์เพลงจากการขายทั้งหมด 10 ครั้ง แล้วได้เงินมา 1 ล้านบาท ถ้าคิดเป็นต้นทุน 50% จะสามารถหักได้ถึง 500,000 บาท แต่กฎหมายกำหนดไม่สามารถหักได้เกิน 100,000 บาท ดังนั้น กรณีนี้จึงถือว่ามีรายได้สุทธิ 900,000 บาท ลิขสิทธิ์และทรัพย์สินทางปัญญามีลักษณะคล้ายกันแต่ไม่เหมือนกัน ลิขสิทธิ์จะอยู่ในรูปแบบสิ่งที่แปลงออกมาเป็นผลิตภัณฑ์แล้วเช่น Videos รูปภาพ เพลง ภาพยนตร์ บทประพันธ์ โปรแกรมคอมพิวเตอร์ สิ่งเหล่านี้ถูกจัดให้อยู่ในรูปแบบของลิขสิทธิ์ หรือจะมองว่าเป็นค่าซื้อการนำไปเพื่อเผยแพร่ก็ได้ ส่วนทรัพย์สินทางปัญญาอยู่ในรูปแบบการขออนุญาตเพื่อใช้งาน สิ่งที่ถูกคิดค้นขึ้นมาแล้ว […]

by

เงินได้พึงประเมิน ประเภทที่ 2 หรือ เงินได้ประเภทที่ 2 มีลักษณะคล้ายกับเงินได้ประเภทที่ 1 แต่แตกต่างตรงที่ได้รับเงินจากนายจ้างแบบไม่สม่ำเสมอ ในแต่ละเดือนไม่ได้กำหนดอย่างชัดเจนว่าจะได้เงินนี้ในจำนวนเท่าไหร่ ตัวอย่างเงินได้ประเภทที่ 2 ที่เห็นได้ชัดคือ ค่าจ้างทั่วไป และ ค่าคอมมิชชั่นจากการขายสินค้าของพนักงานที่ในแต่ละเดือนก็จะแปรผันไปตามยอดขาย มองดูผิวเผินคอมมิชชั่นจะคล้ายกับค่าจ้างจากการทำงานล่วงเวลาจากงานประจำ แต่คอมมิชชั่นนั้นไม่ใช่เงินที่อยู่ในรูปแบบการจ่ายจากนายจ้างถึงลูกจ้าง แต่เป็นการได้เพิ่มจากการขาย การคำนวณภาษีของเงินได้ประเภทที่ 2 เหมือนกับเงินได้ประเภทที่ 1 คือหักออก 50 เปอร์เซ็นต์ถือเป็นต้นทุน แต่ก็ไม่สามารถเกิน 100,000 บาทในปีภาษีนั้น ๆ ซึ่งในขั้นตอนคำนวณภาษีสามารถรวมเงินได้ประเภทที่ 1 และเงินได้ประเภทที่ 2 เป็นก้อนเดียวกันแล้วหัก ออก 50% ก็ได้ ตัวอย่าง บี เป็นพนักงานขายประกัน ในปีภาษีนี้ มีเงินได้ประเภทที่ 1 ที่เป็นเงินเดือน 200,000 และ มีเงินได้ประเภทที่ 2 จากค่า คอมมิชชั่น 300,000 บาท ดังนั้นใจปีนี้ บี […]

by

ภาษีเป็นเรื่องสำคัญ และใกล้ตัวมากกว่าที่หลายคนคิด มนุษย์ตั้งแต่คลอดออกมาแล้วได้รับรองให้เป็นประชาชนของไทยอย่างถูกต้องตามกฎหมายก็ต้องมีหน้าที่เสียภาษีแล้ว เรื่องภาษีหลายคนมองข้ามและในระบบการศึกษาก็ยังไม่ค่อยปลูกฝังเรื่องเหล่านี้ ประชาชนส่วนใหญ่ที่โตมาจึงไม่ค่อยมีความรู้เกี่ยวกับภาษี บางคนก็เสียภาษีแบบผิด ๆ บางคนก็ไม่เคยเสียเลย ทำให้ในแต่ละปีประเทศไทยเสียรายได้ด้านภาษีจำนวนมาก ระดับหลายหมื่นล้านบาท ทั้งที่ควรนำไปพัฒนาประเทศ ภาษีถือเป็นภาระหน้าที่ของประชาชนไทยทุกคนและยังรวมไปถึงบุคคลที่มาอาศัยอยู่ หรือทำธุรกิจในประเทศไทยอีกด้วย ทุกคนต้องเสียภาษี ถ้าบุคคลนั้นยังทำหน้าที่เสียภาษีด้วยตนเองไม่ได้ ก็ต้องให้ผู้อื่นทำให้ เพราะภาษีเป็นแหล่งเงินได้ที่สำคัญของรัฐ ไม่ว่าจะเป็นเงินเดือนราชการ ถนน โรงพยาบาล โรงเรียน สิ่งอำนวยความสะดวก ระบบสาธารณะต่าง ๆ ล้วนมาจากภาษีทั้งนั้น ซึ่งประเทศไทยมีข้อกฎหมายที่บังคับใช้ด้านภาษีคือ “ประมวลรัษฎากร” ประมวลรัษฎากร ถือเป็นข้อบังคับที่มีบทลงโทษด้านการเงินค่อนข้างรุนแรง บางคนไม่เสียภาษี ตั้งใจเลี่ยงภาษี หรือ ขาดความเข้าใจจนชำระภาษีไม่ถูกต้อง จะถือว่าทำผิดกฎหมายหมด ถ้าสรรพากรณ์ตรวจพบจะต้องจ่ายค่าปรับจำนวนมหาศาล เชื่อหรือไม่เคยมีกรณีขายที่ดินในเขตเมืองแล้วต้องจ่ายภาษีที่ดินแพงกว่าราคาที่ดินก็เคยเกิดขึ้นแล้ว ฉะนั้นควรจะศึกษาข้อกฎหมายเกี่ยวกับภาษีให้ดี อย่างน้อยก็ควรเข้าใจเรื่อง “ภาษีเงินได้บุคคล” เพราะภาษีที่หลายคนเกลียดอาจจะไม่ได้เลวร้ายเสมอไป ซึ่งมีทั้งค่าลดหย่อน การยกเว้นภาษี การคืนภาษี และอื่น ๆ อีกมากมาย ซึ่งท้ายที่สุด ภาษีก็กลับมาหาประชาชนในรูปแบบสวัสดีการอยู่ดี

by

เงินได้พึงประเมิน ประเภทที่ 4 หรือ เงินได้ประเภทที่ 4 เป็นเงินที่อยู่ในรูปแบบผลตอบแทนจากการลงทุน เช่น หุ้น ดอกเบี้ย เงินปันผล เงินที่ได้จากการค้าคริปโทเคอร์เรนซี เงินได้ประเภทนี้ค่อนข้างมีความซับซ้อนและปรับเปลี่นกฏบ่อยตามเทคโนโลยีใหม่ ๆ ผู้ที่สนใจควรศึกษาจากประมวลรัษฎากรโดยตรงเพื่ออัปเดทข้อมูลใหม่อยู่เสมอ ดอกเบี้ย ถูกแบ่งออกเป็นหลายส่วน มีดอกเบี้ยเงินฝาก พันธบัตร หุ้นกู้ ตั๋วเงิน เงินที่เป็นส่วนต่างระหว่างราคาซื้อขายตราสาร ดอกเบี้ยที่ได้จากการปล่อยเงินกู้ ดอกเบี้ยจากธนาคาร ดอกเบี้ยที่ได้เหล่านี้จะต้องถูกนำไปคำนวณภาษีทั้งหมด แต่ก็มีข้อยกเว้น ถ้าเงินนั้นเป็นดอกเบี้ยที่ได้จากการร่วมลงทุนในธุรกิจที่รัฐบาลมีส่วนร่วม เช่น ดอกเบี้ยเงินฝากจาก ธนาคารออมสิน ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร และดอกเบี้ยที่ได้จากการฝากเงินในธนาคารที่เป็นสมาชิกร่วมกับธนาคารแห่งประเทศไทยโดยที่ดอกเบี้ยที่ได้นั้นจะต้องไม่เกิน 20,000 บาท สำหรับบุคคลทั่วไป และไม่เกิน 30,000 บาท สำหรับผู้มีอายุเกิน 55 ปี แต่ถ้าเกินจะต้องนำจำนวนเงินนั้นไปคิดภาษีตั้งแต่บาทแรกเลย เงินปันผล เป็นเงินที่ได้จากการลงทุนในห้างหุ้นส่วน หรือ บริษัท แน่นอนว่าถ้าเป็นเงินปันผลที่ได้จากธุรกิจที่รัฐบาลมีส่วนร่วม จะได้สิทธิยกเว้นภาษีส่วนนั้น เช่น กองทุน RMF และ LTF ปกติแล้วเงินปันผลจะถูกหักภาษีก่อนจะจ่ายให้ผู้ลงทุน แต่ผู้ลงทุนก็สามารถเลือกมาจ่ายภาษีเองก็ได้ […]

by