เคล็ดลับการดูแลสุขภาพของคุณผู้หญิง

กลิ่นตัวถือว่าเป็นสิ่งไม่พึงประสงค์ที่ไม่ควรมีในตัวสุภาพสตรีทุกท่าน เนื่องจากมันจะทำให้ภาพลักษณ์และความมั่นใจของคุณหดหายไปในทันที ฉะนั้นเราควรกำจัดกลิ่นกายหรือกลิ่นตัวที่เหม็นนี้ให้หมดไป วันนี้สาวๆคนไหนที่กำลังมีปัญหาในเรื่องของกลิ่นกายหรือกินตัวเรามีวิธีกำจัดเจ้ากลิ่นตัวสุดร้ายกาจมาฝากกัน วิธีการกำจัดและป้องกันไม่ให้เกิดกลิ่นตัวได้ขั้นตอนแรกคือ การทำความสะอาดร่างกายอยู่เป็นประจำ ควรอาบน้ำชำระร่างกายให้สะอาดอย่างน้อยวันละ 2 ครั้งหรือมากกว่านั้น หากสาวๆรู้สึกว่าร่างกายเริ่มเต็มไปด้วยเหงื่อไคล ในที่อากาศร้อนอบอ้าว ซึ่งต้องฟอกสบู่กำจัดหรือสบู่ทั่วไปได้ทั้งหมด ให้เราทำความสาดบริเวณรักแร้ รอบหน้าอกและอวัยวะสืบพันธุ์ด้วยผลิตภัณฑ์ที่อ่นโยน สาวๆที่ต้องทำงานหรือมีกิจกรรมในแต่ละวันควรเคลื่อนร่างกายให้น้อยลงเพื่อลดอาการเหงื่อออก ในระหว่างวันควรเลี่ยงอาหารและผลไม้บางชนิดที่มีกลิ่นฉุน ไม่ว่าจะเป็นกระเทียม สะตอ ทุเรียน พริกป่น เนย ตับหรือถั่ว เมื่อร่างกายรับอาหารพวกนี้มากจะทำการขับออกมาตามร่างกายพร้มกับเหงื่อหรือกลิ่นกายจนทำให้เรามีกลิ่นตัวได้ง่ายยิ่งขึ้น ไม่ควรใส่เสื้อผ้าซ้ำกันหลายครั้งหมั่นทำความสะอาดเสื้อผ้าของตนเองอยู่เสมอ นอกจากนั้นควรมองหาน้ำหอมกลิ่นที่ถูกใจสักชิ้นเพื่อช่วยเสริมสร้างกลิ่นที่ดีให้กับตนเอง แถมยังช่วยเพิ่มสเน่ห์ให้กับตนเองได้มากยิ่งขึ้นอีกด้วย นอกจากการทำความสะอาดร่างกายแล้วคุณสาวๆควรดูแลตัวเองด้วยการลดความเครียด ความกลัว ความกังวล ความโกรธหรืออารมณ์แปรปรวนต่างๆที่อาจจะเกิดขึ้นได้ในแต่ละวัน

ความอ้วนถือว่าเป็นศัตรูตัวฉกาจของคุณสาวๆ ไม่มีสาวๆคนไหนหรอกที่อยากจะอ้วน หุ่นเละ เฟะ และพังไปพร้อมกับน้ำหนักที่มากเกินจะรับไหว จากคำสารภาพขงสาวสวยเน็ตไอดอลคนหนึ่งบอกกับเราว่าเมื่อก่อนเธออ้วนมากเธอสูงเพียง 161 เซ็นติเมตรแต่กลับมีน้ำหนักสูงถึง 60 กิโลกรัมเลยทีเดียว ในตอนนั้นเธอยังเรียนอยู่ชั้นมัธยมจึงไม่ได้กังวลในเรื่องของรูปร่างมากนัก แต่เมื่อเธออต้องก้าวเข้าสู้รั้วชีวิตมหาวิทยาลัยรูปร่างของเธอกลับส่งผลให้มีปัญหาในเรื่องของการสวมใส่เสื้อผ้าที่แน่นจนเกินไป แถมยังมีเรื่องความรักเข้ามาผลักดันให้เธอต้องเปลี่ยนตัวเองเสียใหม่ ขั้นตอนแรกเธอเริ่มด้วยการวางแผนออกกำลังกายใน 1 อาทิตย์ด้วยตัวเอง เธอเป็นคนที่ชอบวิ่งฉะนั้นเธอจึงเลือกที่จะวิ่งอย่างน้อยอาทิตย์ละ 5 วันเป็นระยะประมาณ 5 กิโลเมตรในครั้งแรกหลังจากนั้นเมื่อร่างกายปรับสภาพเธอสามารถวิ่งได้ไกลกว่า 10 กิโลเมตรในระยะเวลาไม่เกิน 30 นาที เธอเลือกที่จะควบคุมอาหารแทนการอดอาหารเพราะเธอบอกว่าการอดอาหารจะทำให้ร่างกายพังมากกว่าผอม โดยเมนูในแต่ละมื้อเธอจะเน้นโปรตีนจากไก่ ไข่ และผักผลไม้เสียเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งจะใช้วิธีการต้ม การนึ่ง และการอบ แทนการทานอาหารประเภทของทอดของมัน นอกจากนั้นเธอยังความรู้ใหม่ๆในเรื่องของการแต่งตัวเพื่ออำพรางรูปร่างในระหว่างการลดหนัก ช่วยให้เธอสวมใส่เสื้อผ้าได้อย่างมั่นใจและดูดีมากยิ่งขึ้น จนตอนนี้เธอมีน้ำหนักเพียง 49 -50 กิโลกรัมเท่านั้น สำหรับสาวๆที่ต้องการแรงบันดาลใจสามารถใช้คำแนะนำเหล่านี้เพื่อเป็นเทคนิคในการลดน้ำหนักหรือดึงเอาความสวยของตนเองออกมาให้ได้

by

เมื่อกาลเวลาผ่านไปอายุของสาวๆอย่างเราก็เพิ่มขึ้นเรื่อย ไม่ทันได้รู้สึกตัวบางคนก็กลัวว่าเมื่อตัวเองต้องมีอายุขึ้นเลข 5 อาจจะทำให้สภาพร่างกายหรือผิวพรรณต่างๆเปลี่ยนแปลงไปจนหน้าใจหาย แต่คุณสาวๆไม่ต้องกังวลอีกต่อไปเพราะเรามีเคล็ดจากดาราเซเลปชื่อดังที่แม้อายุของเธอจะก้าวเขาสู่เลข 5 แล้วแต่เธอก็ยังคงสวยได้ไม่มี ดาราสาวที่ให้ตำแนะนำกับเราในวันนี้คือ พี่มาช่า วัฒนพานิช เธอบอกกับเราว่าปีนี้อายุเธอก้าวเข้าสู่เลข 5 แล้วแต่เธอมีวิธีการดูแลตัวเองที่เข้มงวดเริ่มด้วย การฝึกสมาธิซึ่งใช้วิธีการเล่นโยคะเพื่อช่วยกระตุ้นระบบการทำงานภายในของร่างกาย เสริมความสมดุลและช่วยให้เลือดลมไหลเวียนได้ดี พักผ่อนให้เพียงพอไม่ว่าจะเจอกับงานหนักเพียงใดแต่พอได้กลับบ้านจะต้องรีบพักผ่อนเพื่อเตรียมพร้อมในวันต่อไป ฉะนั้นเมื่อร่างกายได้รับการพักผ่อนอย่างเพียงพอจะส่งผลให้ผิวพรรณดูสดใสและเปล่งปลั่งอย่างเป็นธรรมชาติ lวๆควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่เหมาะกับวัย สาวๆวัยเลข 5 จะต้องพิถีพิถันในการเลือกครีมบำรุงผิวที่เข้มข้น ล้ำลึก ควรเลือกเซรั่มที่สามารถฟื้นฟูผิว ลดริ้วรอยต่างๆและจุดด่างดำโดยเฉพาะเพื่อช่วยหลีกเลี่ยงศัลยกรรมต่างๆ ข้อแนะนำสุดท้ายของี่มาช่าที่อยากจะมอบให้กับสาวๆนั้นคือการอยู่กับปัจจุบันให้มากที่สุด จริงอยู่ที่ร่างกายของเรราอาจจะเปลี่ยนแปลงไปบ้าง แต่หากจิตใจของเรามความสุขจะช่วยทำให้สุขภาพดีขึ้นได้อย่างไม่น่าเชื่อ ปล่อยวางกับเรื่อที่น่าปวดหัว ค่อยๆแก้ปัญหาไปทีละนิด จากนั้นคุณก็จะกลายเป็นสาวขึ้นเลข 5 ที่ดูมีความสุขอย่างมาก

by

อาการสิวถือว่าเป็นปัญหาที่ไม่ว่าใครๆก็ไม่อยากเจอ สาวๆจึงหันมารักษาสุขภาพมากยิ่งขึ้นเพราะทุกคนเข้าใจว่าสาเหตุของสิวนั้นเกิดมาจากการนอนหลับพักผ่อนที่ไม่เพียงพอ แต่ทำไมสิวเหล่านั้นกลับยังขึ้นมาทำร้ายใบหน้าและผิวพรรณเราอยู่เหมือนเดิม วันนี้เราจะทำลายความเข้าใจผิดๆของการนอนไวแล้วสิวจะไม่ขึ้น ก่อนอื่นเลยสาวๆต้องเข้าใจสาเหตุของการเกิดสิวเสียก่อน การเกิดสิวโดยปกตินั้นเกิดจากต่อมไขมันในการผลิตไขมันมากหรือเกิดจาการอุดตันของรูขุมขน เมื่อเกิดติดเชื้อแบคทีเรียสิวเหล่านั้นจะกลายเป็นสิวอักเสบ สิวส่วนใหญ่จะขึ้นตามหน้า แผ่นหลังและหน้าอกเสียเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งแบคทีเรียเหล่านี้เองคือปัจจุยันสำคัญที่ทำให้สิวเกิดบนใบหน้า ฉะนั้นเพียงแค่การนอนหลับตรงเวลาตั้งหัวค่ำจึงไม่สามารถป้องกันการเกิดสิวได้ วิธีการในการดูแลรักษาใบหน้าให้ห่างไกลจากสิวจริงๆนั้นต้องทำความสะอาดใบหน้าอย่างสม่ำเสมอและควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์สำหรับทำความสะอาดผิวหน้าที่เหมาะกับผิวพรรณของตนเอง หลังจากทำงานหรือออกกำลังกายไม่ควรปล่อยให้เหงื่อไคลอยู่บนผิวพรรณ งดอาหารประเภททอด ขนมปัง ของหวานต่างๆ และอาหารที่มีรสจัด ให้รับประทานผักและผลไม้เยอะๆ ดื่มน้ำให้เพียงพอในแต่ละวัน สาวๆต้องปรับเปลี่ยนตัวเองไม่ให้เครียด ไม่คิดมาก และกังวลจนเกินไป เพราะอาหารพวกนี้จะยิ่งช่วยกระตุ้นสิวให้ขึ้นมากยิ่งขึ้น นอกจากการดูแลตัวเองด้วยการดูแลและทำความสะอาดตัวเองแล้ว คุณต้องดูแลสภาพแวดล้อมทั้งที่นอน หมอน ผ้าปูเตียง หมั่นนำมาซักทำความสะอาดให้เรียบร้อย เพียงเท่านี้คุณก็จะมีใบหน้าที่สวยสดใสห่างไกลจากสิว

by

สัดส่วนและรูปร่างถือว่าเป็นเรื่องสำคัญที่สาวๆไม่อาจจะมองข้าม แต่ก่อนนั้นผู้หญิงที่ดจะต้องมีเนื้อมีหนัง หุ่นอวนเจ้าเนื้อ แต่ในสมัยนี้สังคมกลับนิยมสาวที่รูปร่างดู หุ่นเฟิร์ม ยิ่งมีซิคแพคด้วยแล้วคงเท่ไม่ใช่น้อย แต่มีอยู่สองส่วนที่สาวๆมักเกิดความกังวลและหาหวิธีจัดการกับมันอย่างเด็ดขาดได้ยาก วันนี้เราจึงอยากแนะนำวิธีลดต้นแขนในแบบฉบับสาว Healthy การลดต้นแขนและต้นขานั้นอุปกรณ์ที่สาวๆควรหามาไว้คือ ดัมเบล น้ำหนัก 1 กิโลกรัม จำนวน 2 ชิ้น เพื่อช่วยให้สามารถใช้ท่าบริหารต่างๆได้อย่างเหมาะสม เริ่มต้นด้วยให้คุณยืนตรงและกางขาออกขนานกับหัวไหล่ ให้ถือดัมเบลแนบชิดข้างลำตัวจากนั้นให้ค่อย ๆ กางแขนออกไปด้านข้างจนแขนตั้งฉากกับลำตัว พร้อมทั้งนับ 1- 5 ครบให้ถอนลมหายใจยาวๆและปล่อยแขนลงอย่างช้าๆให้กับมาแนบลำตัวเช่นเดิม ทำท่านี้แบบอย่างน้อย 15 – 30 ครั้ง ต่อด้วยท่าที่สองให้สาวๆนอนราบลงไปกับพื้นหันหน้าขึ้นและชันเข่าเล็กน้อย ใช้มือทั้งสองจับดัมเบลโดยตั้งแขนแนวตั้งฉากกับลำตัว พยายามดันดัมเบลขึ้นพร้มกับสูดหายใจช้าๆจนสุดแขนและให้ค้างไว้ประมาณ 3-5 วินาที จึงค่อย ๆ ดึงดัมเบลลงมาพริ้มทั้งสผ่อนลมหายใจออกช้า ทำท่านี้อย่างน้อยวันละ 15 -30 ครั้งเช่นกัน ต่อกันด้วยท่าสุดท้ายให้สาวๆยืนตรงอีกครั้งพร้อมทั้งกางขาออก จับดัมเบลไว้ให้ถนัดและยกขึ้นเหนือศีรษะอย่างช้าอย่าลืมว่าต้องสูดลมหายใจให้เต็มปอด เมื่อสุดแขนให้หยุดไว้ประมาณ 5 วินาที จากนั้นให้ค่อย ๆ ลดระดับดัมเบลลงมา อย่างช้าๆ ทำแบบนี15 – 20 […]

ประจำเดือน คือเลือดที่หลุดออกของเยื่อบุโพรงมดลูก โดยจะประกอบไปด้วย Estrogen และ Progesterone ซึ่งทำหน้าควบคุมเยื่อโพรงมดลูก เพื่อรักษาอาการตกไข่จากรังไข่ในแต่ละรอบเดือนแตกต่างกันออกไปในแต่และคน ซึ่งจะเกิดขึ้นเดือนละครั้งครั้งละประมาณ 3 – 4 วัน แต่หากประจำเดือนของคุณมาไม่ปกติจนทำให้เกิดอาการแทรกซ้อนต่างๆ อาหารของประจำเดือนไม่ปกติได้แก่ 1.ประจำเดือนมามากกว่าปกติ สาเหตุเกิดจากไม่มีฮอร์โมนมากระตุ้นเยื่อบุผนังมดลูกจึงทำให้เยื่อบุหนาขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อมีการขับเลือดหรือประจำเดือนออกมาจึงทำให้เราเห็นว่ามันมากกว่าปกติ 2. ประจำเดือนมาน้อยกว่าปกติ เกิดจากเยื่อในโพรงมดเกิดการลูกตีบหรือเกิดจากพฤติกรรมการรับประทานอาหารไม่ตรงเวลาและได้รับสารอาหารไม่เพียงพอ 3. ประจำเดือนมาไม่สม่ำเสมอ ถือว่าเป็นอาหารที่สาวๆมักกังวลกันมากที่สุด ลักษณะอาการคือจะมีประจำเดือนมาภายใน 2-3 เดือนต่อครั้ง เกิดจากสภาวะการตกไข่ที่น้อยจนเกินไป ยิ่งหากคุณเป็นคนที่มีน้ำหนักตัวมาก ความเครียด หรือคุมกำเนิดบางประเภท จะทำให้เกิดความไม่สมดุลของฮอร์โมนเพศ วิธีการรักษาอาการประจำเดือนมาไม่ปกตินั้นควรแก้ไขจากพฤติกรรมของคุณผู้หญิงเป็นหลัก เช่น งดสูบบุหรี่ งดดื่มเหล้า และเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ให้ครบทั้ง 5 หมู่ ขณะเป็นประจำเดือนควรหลีกเลี่ยเนื้อสัตว์แต่ให้เน้นผลไม้หรือฝักใบเขียวต่าง ๆจะดีที่สุด หมั่นออกกำลังอยู๋เสมออาทิตย์ละ 4 -5 วัน หมั่นนั่งสมาธิเพื่อควบคุมอารมณ์และความเครียดต่างๆ จะช่วยทำให้ฮอร์โมนและสุขภาพจิตของคุณดีมากยิ่งขึ้น

by

ปัญหาแพ้เครื่องสำอางถือว่าเป็นปัญหาที่สาวๆหลายคนมักกังวล เนื่องด้วยอาการแพ้เครื่องสำอางมักจะก่อให้เกิดอันตรายต่อผิวหนังและอาจจะซึมเข้าสู่ร่างกายได้ วันนี้เราจะมารู้เท่าทันถึงสาเหตุของอาการแพ้เครื่องสำอาง โดยปกติแล้วสาเหตุของการอาการแพ้เครื่องสำอางจะเกิดจากสาเหตุใหญ่ๆ 2 ชนิด ได้แก่ 1.ผลิตภัณฑ์ สาเหตุนี้เป็นสิ่งที่ผู้ผลิตเครื่องสำอางต้องให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก เนื่องจากผลิตภัณฑ์ดูแลผิวหรือเครื่องสำอางต่างจะต้องมีคุณภาพและมาตรฐานการผลิตที่ได้มาตรฐาน ไม่มีส่วนผสมของสารที่เป็นอันตรายต่อผิว สารปรอทต่างๆ สารกัดผิว หรือสารฟอกผิว ผู้ซื้อจึงควรตรวจสอบผลิตภัณฑ์ก่อนซื้อว่ามีสูตร ส่วนประกอบ หรือกรรมวิธีอย่างไรใรการผลิต เพื่อให้มั่นใจได้ว่าจะไม่มีสารอันตรายเหล่านี้อยู่หรือไม่ 2.เครื่องสำอางหมดอายุ ถือว่าเป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่คุณไม่ควรมองข้าว หากเราใช้เครื่องสำอางเก่าหรือเสื่อมสภาพเข้าจะทำให้เกิดอาการแพ้ผิวหน้ากับผู้ใช้ได้ง่ายกว่าปกติ ผู้ซื้อจึงควรตรวจสอบเครื่องสำอางก วันหมดอายุ วันที่ผลิต และการเก็บรักษาที่ผิดวิธีจนทำให้เสื่อมสภาพ เป็นเครื่องสำอางที่ไม่ปลอดภัย มีการลักลอบผสมสารห้ามใช้ จะสังเกตได้ว่ามักจะแสดงฉลากภาษาไทยไม่ครบถ้วน โดยเฉพาะไม่แสดงแหล่งผลิต หรือวัน เดือน ปี ที่ผลิต 3.ใช้เครื่องสำอางไม่ถูกวิธี หากคุณซื้อเครื่องสำอางมาสักชิ้นเพื่อใช้สำหรับเขียนที่ขอบตาแต่คุณกลับนำมาใช้สำหรับทาที่ริมฝีปาก ผลที่ตามคืออาจจะมีส่วนผสมบางอย่างที่เป็นอันตรายต่อริมฝีปากจนทำให้เกิดอาการปากบวม เป็นผื่น หรืออันตรายถึงชีวิตได้ ฉะนั้นก่อนที่คุณจะใช้เครื่องสำอางต้องอ่านวิธีใช้ให้ครบถ้วนเสียก่อนและต้องใช้ในปริมาณที่ไม่มากจนเกินไปอย่างเหมาะสม

ความกลัวและความกังวลใจเป็นสิ่งที่ใครๆก็สามารถเกิดขึ้นได้ ในกรณีที่อยู่ภายใต้สภาวะของความกดดัน ความเครียด ความกังวลต่างๆจะเข้ามาเพื่อทำให้คุณเกิดไม่มั่นใจคตนเอง ขาดสมาธิ และอาจจะทำให้งานหรือกิจกรรมต่างๆออกมาได้ไม่น่าพอใจนัก ยิ่งหากคุณกลายเป็นสาวเครียดและขี้กังวลแล้วด้วยล่ะก็ผลที่ตามมาอาจจน่าเป็นห่วงมากยิ่งขึ้น อาการเครียดและขี้กังวลเกิดได้จากหลายสาเหตุ เกิดจากความคิดที่ไม่สามารถหาทางออกได้หรือไม่สามารถตัดสินใจได้ หากคุณเป็นคนที่คิดมาก ชอบเครียดอยู่ตลอดเวลาและมักระแวงและขี้กังวลจนไม่สามารถทำอะไรต่อได้ ควรสลัดสิ่งเหล่านี้ออกไปจากชีวิตของคุณเสียซึ่งวิธีการแก้ที่ดีและได้ผลคือ 1.ต้องจัดการความเครียด ความเครียดความกังวลสามาถจัดการได้โดยเราต้องเรียงลำดับความสำคัญและแก้ไขปัญหาให้เหมาะสมกับเวลาและช่วงนั้น 2.ทำปัจจุบันให้ดีที่สุด ไม่ว่าอดีตหรืออนาคจะเกิดอะไรขึ้นมาก่อนหรือยังไม่เกิดก็ตามคุณเพียงทำวันนี้ให้ดีสิ่งที่ตามมันจะต้องดีขึ้นอย่างแน่นอน 3.หากิจกรรมสันทนาการ หากคุณเป็นคนหนึ่งที่เอาแต่ทำงานหรือคิดกังวลอยู่เสมอควรมองกิจกรรมที่ช่วยผ่อนคลายให้แก่คุณ เช่น ออกกำลังกาย นั่งสมาธิ ฟังเพลง เล่นดนตรี วาดรูป อ่านหนังสือการ์ตูน หรือดูหนังตลกสักเรื่อง จากผลวิจัยหลายสถาบันกล่าวว่าโรคความเครียดและวิตกกังวลมักเกิดขึ้นกับสุภาพตรีสูงถึง 70% และสามารถส่งผลกับสภาพร่างกายและจิตใจได้ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว ฉะนั้นคุณจึงไม่ควรมองข้ามอาการความเครีดยหรือความกังวลเหล่านี้ ต้องรู้จักหาทางแก้ปัญหาอย่างช้าๆเพื่อที่ร่างกายและสมองไม่ต้องเครียดและกังวลอีกต่อไป

by