เคล็ดลับการดูแลสุขภาพของคุณผู้หญิง

ปัญหาความเครียดมักส่งผลหลายหลายอย่างต่อร่างกายและสภาวะจิตใจของคนทุกคน ในกรณีของสาวๆนั้นจะส่งผลทั้งความคิด การกระทำและเปลี่ยนอารมณ์ในช่วงเวลาหนึ่งได้ไม่ซ้ำกัน ซึ่งเราควรสังเตตุตนเองว่าตอนนี้เรากลายเป็นสาวที่เกิดสภาวะความเครียดไปแล้วหรือไม่ อาการที่บ่งบอกถึงความเครียดอันดับแรกคืออาการนอนไม่หลับ อาหารนอนไม่หลับเกิดได้จากหลายสาเหตุแต่สำหรับสาวๆความเครียดถือว่าเป็นตัวแปรอันดับต้นๆ ในช่วงเวลาแรกสาวๆมักจะใช้เวลาในการนอนก่อนจะหลับสนิทไม่เกิน 5 –10 นาที แต่เมื่อมีสภาวะความเครียดเข้ามาจะทำให้เราต้องใช้เวลานานมากขึ้นสูงสุดถึง 30 นาทีเลยทีเดียว หากร่างกายต้องอดนอนเป็นเวลาติดต่อกันมากกว่า 3 วันอาจจทำให้เกิดโทษต่อระบบอื่นๆของร่างกายได้ เมื่อถึงเวลารับประทานอาหารคุณกลับไม่อยากรับประทาน แม้ว่าร่างกายจะเกิดความรู้หิวก็ตามแต่กลับรับประทานอาหารไม่อร่อย รสชาติที่เคยชอบ ร้านอาหารที่โปรด กลับไม่สร้างความอยากให้คุณเลยแม้แต่น้อย แสดงว่าคุณกำลังเครียด วิตกกังวล หรือมีเรื่องให้ครุ่นคิดมากจนเกินไป อารมณ์ของสาวๆจะเกิดความแปรปรวนเป้นอย่างมาก หากมีสิ่งใดเข้ามากระทบกระเทือนจิตใจของเธอมักจะทำให้เธอวีน หงุดหงิด หรือโมโหร้ยเอาได้ง่ายๆ นอกไปจากนั้นอาจจะทำให้คุณู้สึกเบื่อหน่าย ไม่อยากทำงาน ไม่อยากทำกิจกรรมใดๆ หรือรู้สึกว่าตนเองไม่มีศักยภาพพอที่จะทำสิ่งๆหนึ่งให้สำเร็จ เมื่อตรวจพบอาการเหล่านี้แล้วอยากให้สาวๆลดจากสาเหตุหลักเสียก่อนนั่นคือ ความเครียด นั่นเอง โดยการหางานอดิเรกต่างๆทำเพื่อช่วยลดสภาวะทางความเครียดลงและเพิ่มความสุขให้กับชีวิตเสียบ้าง

by

ประจำเดือน คือรูปแบบการขับไข่ที่ไม่ได้รับการผสมพันธุ์ภายในเยื่อบุมดลูก ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องปกติที่สาวๆจะต้องมีอาการดั่งกล่าวทุกๆเดือน แต่หากเดือนไหนที่ประจำเดือนมีอาการผิดปกติสาวๆควรจะทำอย่างไรเพื่อให้รู้เท่าทันถึงโรคร้ายที่จะอาจจะเกิดขึ้นได้ โดยปกติแล้วสาวๆอย่างจะมีรอบเดือนอยู่ที่ประมาณ 21-35 วัน แตกต่างกันไปบ้างตามสภาพร่างกายของผู้หญิงแต่ละคน แต่ไม่ควรมีรอบเดือนไม่เท่ากันติดต่อกันเป็นเวลา 3 -4 เดือน อาจจะเป็นสัญญาณของมดลูกผิดปกติ ในช่งเวลาประจำเดือนสาวๆมักจะมอาการปวดท้อง ท้องผูก ท้องเสียบ้าง ถือว่าเป็นเรื่องปกติ แต่หากมีอาการปวดหน่วงที่บริเวณทวารหนักขณะขับถ่าย ปวดท้องน้อยขณะปัสสาวะ ปวดท้องประจำเดือนจนไม่สามารถทำกิจกรรมอื่นๆได้หรือมีอาการท้องผูกและท้องเสียมากจนเกินไป ร่างกายอาจจะกำลังเกิดสภาวะเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ สาวๆทั่วไปจะมีระยะเวลาของประจำเดือนอยู่ที่ 4 – 7 วัน หากพบว่าตนเองมีประจำเดือนมากกว่า 7 วัน สัญนิษฐานได้ว่าเกิดความผิดปกติของระบบสืบพันธุ์ต่างๆ เช่น เนื้องอกในมดลูก รังไข่ทำงานผิดปกติ เยื่อบุโพรงมดลูกหนากว่าปกติ ฮอร์โมนเพศผิดปกติ โรคไทรอยด์ หรือเกิดจากผลข้างเคียงของใช้ยาคุมกำเนิดที่ใช้อยู่ หมั่นสำรวจตัวเองอยูเสมอว่ามีปริมาณเลือดประจำเดือนที่มากเกินไปหรือไม่ หากคุณต้องเปลี่ยนผ้าอนามัยบ่อยครั้งกว่าปกตินั่นอาจเป็นสัญญาณที่ของอาการ เนื้องอกในมดลูก มดลูกอักเสบ หรือโรคมะเร็งในช่องคลอดได้ อาการหรือลักษณะต่างๆที่เกิดขึ้นเป็นเพียงข้อสังเกตุเพื่อช่วยให้สาวๆสามารถสำรวจตัวเองได้ว่า ตอนนี้ร่างกายของคุณมีความผิดปกติอย่างไรกับระบบสืบพันธุ์หรือไม่ คำแนะนำที่ดีที่สุดคือหากเกิดความผิดปกติในเรื่องของประจำเดือนควรพบแพทย์เพื่อทำการปรึกษาและรักษาอย่างถูกวิธี เพื่อช่วยให้ร่างกายและระบบสืบพันธ์สามารถกลับมาทำงานได้อย่าเป็นปกติ

by

ไม่มีสาวๆคนไหนอยากมีต้นขาที่ดูอวบ แน่น และดูน่าอึดอัด เพราะไม่ว่าจะเดิน จะนั่ง หรือจะทำกิจกรรมใดๆอาจจะทำให้ดูไม่มั่นใจขึ้นได้ เราจึงได้เสาะหาวิธีการลดต้นขาใบแนนที่ไม่ยาก สะดวก และสนุก มาฝากกัน ท่าแรกนี้มีชื่อว่าจักรยานอากาศ ให้สาวๆนอบราบลงกับพื้น จากนั้นให้ยกขาขึ้นจนต้นขาลอยจากพื้นและทำท่าคล้ายกับการปั่นจักรยานกลางอากาศ ให้ทำประมาณวันละ 50 -100 ครั้ง ยิ่งเพิ่มจำนวนจะช่วยเพิ่มกระชับมายิ่งขึ้น จากนั้นให้คุณนอนเหยียดขาให้ตั้งตรงและกางแขนทั้งสองข้างออกเล็กน้อยในลักษณะนาบกับลำตัว ให้สาวๆยกขาขึ้นทีละข้างโดยต้องให้ตั้งฉากกับลำตัวมากมากที่สุด ในจังหวะที่ทำยกขานั้นให้พยายามเกร็งขาตั้งตรงในลักษณะแบบให้นานที่สุด ช่วงแรกๆอาจจะเกิดอาการปวดเกร็งทั้งบริเวณต้นขาและหน้าท้อง เริ่มจากระบะเวลาประมาณ 20 วินาทีและให้นานที่สุดอน่างน้อย 1 นาที เมื่อครบแล้วให้คุณค่อยๆปล่อยขาลงอย่างช้าๆซึ่งทำสลับกันทั้งสองข้าง 20 ครั้งต่อวัน ท่าสุดท้ายให้คุณเหยียดขาไปข้างหน้าทีละข้างและชันเข่าขึ้นเล็กน้อย พยายามใช้มือตบบริเวณต้นขาให้ทั่วอย่งช้าๆ ตบข้างละประมาณ 3 นาที วิธีนี้จะช่วยเร่งการเผาผลาญไขมันที่บริเวณต้นขาได้เป็นอย่างดี นี่คือเทคนิคในการลดต้นขาอย่างง่ายๆที่เราได้นำมาฝากกัน หมั่นออกกำลังกายด้วยวิธีเหล่านี้อย่างน้อยอาทิตย์ละ 4 -5 ครั้งส่อสัปดาห์จะช่วยให้คุณกลับมีต้นขาที่ผมเรียวสวยงามน่ามองอย่างแน่นอน

by

รังแค คือปัญหาบนศีรษะที่สาวๆจะมองข้ามไม่ได้ เพราะหากเกิดังแคจะทำให้เราหมดความมั่นใจ ทำให้สุขภาพผมและหนังศีรษะแย่ลงได้ วันนี้เราจึงมาแนะนำวิธีขจัดรังแคให้หมดไปด้วยสูตรหมักผมจากธรรมชาติ 1.มะกรูด ถือว่าเป็นสมุนไพรที่ช่วยขจัดปัญหาบนศีรษะได้อย่างแท้จริง ให้สาวๆนำมะกรูดมาล้างน้ำให้สะอาดลคั้นน้ำออกมาในปริมาณที่เพียงพอสำหรับชโลมทั้งศีรษะ ให้คุณทิ้งไว้ประมาณ 5 – 10 นาทีและล้างออกด้วยน้ำสะอาด ผมของคุณจะไร้รังแคและยังได้กลิ่นที่หอมสดชื่นอีกด้วย 2.น้ำแอ๊ปเปิ้ลไซเดอร์ ให้สาวๆนำน้ำแอ๊ปเปิ้ลไซเดอร์อุ่นให้ร้อนสักเล็กน้อยจากนั้นนำมาชโลมให้ทั่วทั้งศรีษะ สาวๆควรนวดเบาๆและนำผ้าขนหนูมาคลุมให้เรียบร้อยปล่อยทิ้งไว้ 1 ชั่วโมง เมื่อครบแล้วให้ล้างด้วยน้ำสะอาดและสระผมให้สะอาด วิธีนี้อาจจะใช้เวลามากกว่าส่วนผสมอื่นๆแต่แอ๊ปเปิ้ลไซเดอร์มีคุณสมบัติในการขจัดรังแคและหนังศีรษะที่อ่อนแอ 3.ว่านหางจระเข้ สมุนไพรที่มอบคุณประโยชน์ได้อย่างครบถ้วนจริงๆ นอกจะมีฤทธิ์ในการรักษาผิวพรรณแล้วยังสามารใช้สำหรับหมักผมเพื่อขจัดรังแคอีกด้วย ขั้นตอนแรกให้คุณนำว่านหางจรเข้มาลอกเปลือกเพื่อนำเนื้อออกและล้างให้สะอาด จากนั้นให้บดจนละเอียดลำมาผสมกับครีมบำรุงผมและทิ้งไว้ประมาณ 15-20 นาทีล้างออกให้สะอาด สามารถหมักได้อาทิตย์ละ 2 ครั้งจะช่วยทำให้ผมนุ่มสลวยและหมดปัญหาเรื่องรังแค 4.น้ำชาและมะนาว ให้สาวๆนำน้ำชา 1 ถ้วยตวง ผสมเข้ากับน้ำมะนาว 1 ช้อนโต๊ะ เมื่อเข้าจนเป็นเนื้อเดียวกันแล้วนำมาหมักผมทิ้งไว้ประมาณ 15 – 20 นาที สูตรนี้เป็นที่นิยมอย่างมากในหมูสาวๆวัยทำงานและวัยเรียน เนื่องจากสามารถหาส่วนผสมได้ง่าย ใช้เวลาน้อย และได้ผลที่ดีอีกด้วย

by

อาการประจำเดือนมาไม่ปกติสามารถเกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น ทานอาหารสุกดิบและมีรสจัดมาก น้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้นหรือลดลง โรคโลหิตจาง วัยหมดประจำเดือน หรือการเสียสมดุลของฮอร์โมนเพศหญิงหากร้ายแรงกว่านั้นอาจเกิดจากความผิดปกติของมดลูกหรือโรคร้ายอื่นๆที่อาจเก่ยวข้องกับระบบสืบพันธ์ แต่เราสามารถบำรุงร่างกายของสาวๆให้กับมามีประจำเดือนที่เป็นปกติและสุขภาพดีขึ้นได้ด้วย สุดยอดสมุนไพรที่รับประกันได้เลยว่าสามารถช่วยปรับประจำเดือนที่เลวร้ายให้กับมาปกติได้ย่างแน่นอน 1.สะระแหน่ พืชสวนครัวชนิดนี้มีสรรพคุณในการรักษาอาการประจำเดือนมาไม่ปกติ อาการปวดท้องจากประจำเดือน ช่วยสร้างความผ่อนคลายให้กับร่างกายได้เป็นอย่างดี นอกจากนั้นยังช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเลือดภายในร่างกายให้สามารถทำงานได้ดียิ่งขึ้น สาวๆสามารถนำสะระแหน่มาบดให้เป็นผงและผสมกับน้ำผึ้ง 1 ช้อนชา ดื่มอย่างน้อยวันละ 3 ครั้ง ในช่วงเงลาที่เป็นประจำเดือนจะช่วยลดอาการปวดท้องประจำเดือนได้อย่างดี 2.ขิง ถือว่าเป็นสมุนไพรที่ช่วยปรับสมดุลให้กับร่างกายและช่วยบำรุงรอบเดือนให้กลับมามีประจำเดือนที่ปกติ ช่วยลดอาการปวดท้องจากประจำเดือน สาวๆสามารถนำขิงสดไปต้มในน้ำเดือดอย่างน้อย 5 นาทีและดื่มทุกครั้งหลังอาหาร 3.ว่านหางจระเข้ สมุนไพรชนิดนี้ไม่ได้มีดีแต่การรักษาแผลตามร่างกายเพียงเท่านั้นเพราะว่านหางจระเข้มีสรรพคุณในการดูแลร่างกายจากภายใน ให้สาวๆนำเนื้อว่านหางจระเข้สดผสมให้เข้ากับน้ำผึ้ง 1 ช้อนชา ดื่มเป็นประจำทุกวันที่เป็นประจำเดือน จะช่วยบำรุงรังไข่ บำรุงภาวะไข่ตกและบำรุงประจำเดือนให้เป็นปกติมากยิ่งขึ้น

by

เมื่อถึงเวลาของฝนตกโปรยปรายลงมาอาจจะทำให้สาวๆหลายคนรู้สึกเบื่อ เหงา และรู้สึกเศร้าไปบ้าง แต่หากปล่อยให้ชีวิตของสาวๆวัยใสหมดไปกับฝนอันน่าเบื่อคงเสียดายน่าดู ฉะนั้นเราควรมองหากิจกรรมสนุกๆเพื่อช่วยในวันฝนตกอันแสนน่าเบื่อกันเถอะ 1.อ่านหนังสือที่นานมาแล้วมาได้อ่าน หนังสือกับสาวๆถือว่าเป็นของที่ขาดกันไม่ได้ ยิ่งสวๆคนไหนที่ชอบหาซื้อหนังสือดีๆเพื่อหาเวลาว่างๆอ่าน ในยามฝนตกแบบนี้ถือว่าเหมาะเป็นอย่างยิ่งในการอ่านหนังสือสักเล่ม ยิ่งหากเป็นหนังสือนิยายความรักหรือเรื่องชวนฝันด้วยแล้วยิ่งจะทำให้อินเข้าไปใหญ่ 2.ถ่ายรูป เชื่อหรือไม่ว่าหน้าต่างห้องของเราเมื่อลองถ่ายรูปดูแล้วจะได้อารมณ์สนุกไปอีกแบบ ยิ่งหากใครที่ชอบนำตัวการ์ตูนต่างๆมาวางให้เกิดโมเมนต์ต่างๆจะยิ่งทำให้เกิดความสนุกได้มากยิ่งขึ้น 3.ดูหนังดีๆสักเรื่อง สาวๆที่ชอบดูหนังลองหยิบหนังรัก หนังเศร้า หรือหนังชีวิตมาสักเรื่อง ฝนจะพัดพาเอาอารมณ์เหงา เศร้าและอินเนอร์ต่างๆออกมาจากหนังได้อย่างดีเยี่ยม 4.วาดรูป ลองมองออกไปนอกหน้าต่างคุณจะเห็นกับบรรยากาศที่มีหลายๆครั้งที่คุณมองข้ามไป สามารถเลือกมันมาเป็นหนึ่งในแรงบันดาลในการเขียนภาพสวยๆสักใบได้ สาวๆที่รักและชื่ชอบในการสร้างผลงานศิลปะจึงไม่ควรพลาดช่วงเวลาของสายฝนและต้นไม้ที่กำลังโยกเอน สำหรับสาวๆที่อยากทำกิจกรรมแปลกให้คุณลองกระโดดไปเล่นน้ำฝนก็ไม่แปลก แต่หลังจากเล่นเสร็จแล้วควรอาบน้ำและเปลี่ยนเสื้อให้เรียบร้อย เพียงเท่านี้วันที่น่าเบื่อและแสนเหงาก็ผ่านไปได้โดยไม่ลำบาก

by

การนอนหลับนั้นถือว่าเป็นการพักผ่อนที่สามารถช่วยให้ร่างกายทำการซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอและสร้างการเจริญเติบโตให้กับร่างกายได้เป็นอย่างดี นอกจากนั้นเมื่อคุณตื่นนอนในตอนเช้าจะรู้สึกสดชื่น กระปรี้เปร่า พร้อมที่จะทำกิจวัตรประจำวันต่อไปได้ตลอดทั้งวัน แต่หากวันใดเกิดคุณรู้สึกว่านอนหลับไม่สนิท ไม่เพียงพอ ตื่นเช้าขึ้นมาแล้วรู้สึกเหนื่อย อ่อนเพลีย ไม่มีเรี่ยวแรง นั่นอาจเป็นสัญญาณที่ไม่ดีต่อร่างกายมากนักเพราะอาจจะทำให้ร่างกายเกิดอาการทรุดโทรมได้ ในส่วนการรักษาอาการนอนไม่หลับนั้นเรียกได้ว่ามีวิธีการต่างๆอยู่มากมาย แต่วิธีที่เราจะแนะนำในวันนื้คือการออกกำลังกายโดยการใช้ท่าโยคะเบื้องต้นเพื่อช่วยเยียวยาอาการนอนไม่หลับดั่งกล่าวให้คุณรู้สึกดียิ่งขึ้น เริ่มต้นกันที่ท่าแรกด้วยการ นอนหงายราบบนพื้น ยกขาทั้งสองข้างตั้งฉาก โดยพยายามให้ขากับสะโพกแนบชิดกำแพง ค้างไว้ประมาณ 30 วินาที ท่าที่ 2 จะเป็นลักษณะของการนั่งขัดสมาธิให้ลำตัวตั้งตรง มือขวาวางบริเวณหัวเข่าข้างซ้าย จากนั้นให้หันหน้าเอ้ยวลำตัวไปทางซ้าย วาดมือซ้ายวางบนสะโพกขวา หายใจเข้า – ออกช้าๆ ค้างไว้ประมาณ 30 วินาที ท่าที่ 3 เริ่มด้วยการนั่งบนฝ่าเท้าและยกแขนทั้งสองข้างขึ้นเหนือศรีษะ จากนั้นก้มตัวลงให้หน้าผากจรดพื้น เหยียดแขนตรงไปข้างหน้าค้างไว้ประมาณ 30 วินาที ท่าที่ 4 ท่าสุดท้ายให้นอนหงายราบบนพื้น ปลายเท้าเหยียดตรง งอเข่าทั้งสองข้างขึ้นโดยให้ขาไขว้กัน จากนั้นยกมือทั้งสองข้างกอดเข่าพร้อมดึงเข้าหาลำตัวของคุณ ค้างไว้ประมาณ 30 วินาที เคล็ดลับใกล้ตัวนี้จะช่วยบรรเทาอาการนอนไม่หลับ นอนไม่สนิท ให้กับคุณได้อย่างไม่น่าเชื่อ นอกจากนั้นคุณควรเข้านอนให้ตรงเวลา ทำจิตใจให้ผ่อนคลาย และทานอาหารที่มีประโยชน์ จะยิ่งช่วยสงเสริมการนอนของคุณให้ดียิ่งขึ้น

by

กลิ่นตัวถือว่าเป็นสิ่งไม่พึงประสงค์ที่ไม่ควรมีในตัวสุภาพสตรีทุกท่าน เนื่องจากมันจะทำให้ภาพลักษณ์และความมั่นใจของคุณหดหายไปในทันที ฉะนั้นเราควรกำจัดกลิ่นกายหรือกลิ่นตัวที่เหม็นนี้ให้หมดไป วันนี้สาวๆคนไหนที่กำลังมีปัญหาในเรื่องของกลิ่นกายหรือกินตัวเรามีวิธีกำจัดเจ้ากลิ่นตัวสุดร้ายกาจมาฝากกัน วิธีการกำจัดและป้องกันไม่ให้เกิดกลิ่นตัวได้ขั้นตอนแรกคือ การทำความสะอาดร่างกายอยู่เป็นประจำ ควรอาบน้ำชำระร่างกายให้สะอาดอย่างน้อยวันละ 2 ครั้งหรือมากกว่านั้น หากสาวๆรู้สึกว่าร่างกายเริ่มเต็มไปด้วยเหงื่อไคล ในที่อากาศร้อนอบอ้าว ซึ่งต้องฟอกสบู่กำจัดหรือสบู่ทั่วไปได้ทั้งหมด ให้เราทำความสาดบริเวณรักแร้ รอบหน้าอกและอวัยวะสืบพันธุ์ด้วยผลิตภัณฑ์ที่อ่นโยน สาวๆที่ต้องทำงานหรือมีกิจกรรมในแต่ละวันควรเคลื่อนร่างกายให้น้อยลงเพื่อลดอาการเหงื่อออก ในระหว่างวันควรเลี่ยงอาหารและผลไม้บางชนิดที่มีกลิ่นฉุน ไม่ว่าจะเป็นกระเทียม สะตอ ทุเรียน พริกป่น เนย ตับหรือถั่ว เมื่อร่างกายรับอาหารพวกนี้มากจะทำการขับออกมาตามร่างกายพร้มกับเหงื่อหรือกลิ่นกายจนทำให้เรามีกลิ่นตัวได้ง่ายยิ่งขึ้น ไม่ควรใส่เสื้อผ้าซ้ำกันหลายครั้งหมั่นทำความสะอาดเสื้อผ้าของตนเองอยู่เสมอ นอกจากนั้นควรมองหาน้ำหอมกลิ่นที่ถูกใจสักชิ้นเพื่อช่วยเสริมสร้างกลิ่นที่ดีให้กับตนเอง แถมยังช่วยเพิ่มสเน่ห์ให้กับตนเองได้มากยิ่งขึ้นอีกด้วย นอกจากการทำความสะอาดร่างกายแล้วคุณสาวๆควรดูแลตัวเองด้วยการลดความเครียด ความกลัว ความกังวล ความโกรธหรืออารมณ์แปรปรวนต่างๆที่อาจจะเกิดขึ้นได้ในแต่ละวัน

ความอ้วนถือว่าเป็นศัตรูตัวฉกาจของคุณสาวๆ ไม่มีสาวๆคนไหนหรอกที่อยากจะอ้วน หุ่นเละ เฟะ และพังไปพร้อมกับน้ำหนักที่มากเกินจะรับไหว จากคำสารภาพขงสาวสวยเน็ตไอดอลคนหนึ่งบอกกับเราว่าเมื่อก่อนเธออ้วนมากเธอสูงเพียง 161 เซ็นติเมตรแต่กลับมีน้ำหนักสูงถึง 60 กิโลกรัมเลยทีเดียว ในตอนนั้นเธอยังเรียนอยู่ชั้นมัธยมจึงไม่ได้กังวลในเรื่องของรูปร่างมากนัก แต่เมื่อเธออต้องก้าวเข้าสู้รั้วชีวิตมหาวิทยาลัยรูปร่างของเธอกลับส่งผลให้มีปัญหาในเรื่องของการสวมใส่เสื้อผ้าที่แน่นจนเกินไป แถมยังมีเรื่องความรักเข้ามาผลักดันให้เธอต้องเปลี่ยนตัวเองเสียใหม่ ขั้นตอนแรกเธอเริ่มด้วยการวางแผนออกกำลังกายใน 1 อาทิตย์ด้วยตัวเอง เธอเป็นคนที่ชอบวิ่งฉะนั้นเธอจึงเลือกที่จะวิ่งอย่างน้อยอาทิตย์ละ 5 วันเป็นระยะประมาณ 5 กิโลเมตรในครั้งแรกหลังจากนั้นเมื่อร่างกายปรับสภาพเธอสามารถวิ่งได้ไกลกว่า 10 กิโลเมตรในระยะเวลาไม่เกิน 30 นาที เธอเลือกที่จะควบคุมอาหารแทนการอดอาหารเพราะเธอบอกว่าการอดอาหารจะทำให้ร่างกายพังมากกว่าผอม โดยเมนูในแต่ละมื้อเธอจะเน้นโปรตีนจากไก่ ไข่ และผักผลไม้เสียเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งจะใช้วิธีการต้ม การนึ่ง และการอบ แทนการทานอาหารประเภทของทอดของมัน นอกจากนั้นเธอยังความรู้ใหม่ๆในเรื่องของการแต่งตัวเพื่ออำพรางรูปร่างในระหว่างการลดหนัก ช่วยให้เธอสวมใส่เสื้อผ้าได้อย่างมั่นใจและดูดีมากยิ่งขึ้น จนตอนนี้เธอมีน้ำหนักเพียง 49 -50 กิโลกรัมเท่านั้น สำหรับสาวๆที่ต้องการแรงบันดาลใจสามารถใช้คำแนะนำเหล่านี้เพื่อเป็นเทคนิคในการลดน้ำหนักหรือดึงเอาความสวยของตนเองออกมาให้ได้

by

เมื่อกาลเวลาผ่านไปอายุของสาวๆอย่างเราก็เพิ่มขึ้นเรื่อย ไม่ทันได้รู้สึกตัวบางคนก็กลัวว่าเมื่อตัวเองต้องมีอายุขึ้นเลข 5 อาจจะทำให้สภาพร่างกายหรือผิวพรรณต่างๆเปลี่ยนแปลงไปจนหน้าใจหาย แต่คุณสาวๆไม่ต้องกังวลอีกต่อไปเพราะเรามีเคล็ดจากดาราเซเลปชื่อดังที่แม้อายุของเธอจะก้าวเขาสู่เลข 5 แล้วแต่เธอก็ยังคงสวยได้ไม่มี ดาราสาวที่ให้ตำแนะนำกับเราในวันนี้คือ พี่มาช่า วัฒนพานิช เธอบอกกับเราว่าปีนี้อายุเธอก้าวเข้าสู่เลข 5 แล้วแต่เธอมีวิธีการดูแลตัวเองที่เข้มงวดเริ่มด้วย การฝึกสมาธิซึ่งใช้วิธีการเล่นโยคะเพื่อช่วยกระตุ้นระบบการทำงานภายในของร่างกาย เสริมความสมดุลและช่วยให้เลือดลมไหลเวียนได้ดี พักผ่อนให้เพียงพอไม่ว่าจะเจอกับงานหนักเพียงใดแต่พอได้กลับบ้านจะต้องรีบพักผ่อนเพื่อเตรียมพร้อมในวันต่อไป ฉะนั้นเมื่อร่างกายได้รับการพักผ่อนอย่างเพียงพอจะส่งผลให้ผิวพรรณดูสดใสและเปล่งปลั่งอย่างเป็นธรรมชาติ lวๆควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่เหมาะกับวัย สาวๆวัยเลข 5 จะต้องพิถีพิถันในการเลือกครีมบำรุงผิวที่เข้มข้น ล้ำลึก ควรเลือกเซรั่มที่สามารถฟื้นฟูผิว ลดริ้วรอยต่างๆและจุดด่างดำโดยเฉพาะเพื่อช่วยหลีกเลี่ยงศัลยกรรมต่างๆ ข้อแนะนำสุดท้ายของี่มาช่าที่อยากจะมอบให้กับสาวๆนั้นคือการอยู่กับปัจจุบันให้มากที่สุด จริงอยู่ที่ร่างกายของเรราอาจจะเปลี่ยนแปลงไปบ้าง แต่หากจิตใจของเรามความสุขจะช่วยทำให้สุขภาพดีขึ้นได้อย่างไม่น่าเชื่อ ปล่อยวางกับเรื่อที่น่าปวดหัว ค่อยๆแก้ปัญหาไปทีละนิด จากนั้นคุณก็จะกลายเป็นสาวขึ้นเลข 5 ที่ดูมีความสุขอย่างมาก

by

อาการสิวถือว่าเป็นปัญหาที่ไม่ว่าใครๆก็ไม่อยากเจอ สาวๆจึงหันมารักษาสุขภาพมากยิ่งขึ้นเพราะทุกคนเข้าใจว่าสาเหตุของสิวนั้นเกิดมาจากการนอนหลับพักผ่อนที่ไม่เพียงพอ แต่ทำไมสิวเหล่านั้นกลับยังขึ้นมาทำร้ายใบหน้าและผิวพรรณเราอยู่เหมือนเดิม วันนี้เราจะทำลายความเข้าใจผิดๆของการนอนไวแล้วสิวจะไม่ขึ้น ก่อนอื่นเลยสาวๆต้องเข้าใจสาเหตุของการเกิดสิวเสียก่อน การเกิดสิวโดยปกตินั้นเกิดจากต่อมไขมันในการผลิตไขมันมากหรือเกิดจาการอุดตันของรูขุมขน เมื่อเกิดติดเชื้อแบคทีเรียสิวเหล่านั้นจะกลายเป็นสิวอักเสบ สิวส่วนใหญ่จะขึ้นตามหน้า แผ่นหลังและหน้าอกเสียเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งแบคทีเรียเหล่านี้เองคือปัจจุยันสำคัญที่ทำให้สิวเกิดบนใบหน้า ฉะนั้นเพียงแค่การนอนหลับตรงเวลาตั้งหัวค่ำจึงไม่สามารถป้องกันการเกิดสิวได้ วิธีการในการดูแลรักษาใบหน้าให้ห่างไกลจากสิวจริงๆนั้นต้องทำความสะอาดใบหน้าอย่างสม่ำเสมอและควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์สำหรับทำความสะอาดผิวหน้าที่เหมาะกับผิวพรรณของตนเอง หลังจากทำงานหรือออกกำลังกายไม่ควรปล่อยให้เหงื่อไคลอยู่บนผิวพรรณ งดอาหารประเภททอด ขนมปัง ของหวานต่างๆ และอาหารที่มีรสจัด ให้รับประทานผักและผลไม้เยอะๆ ดื่มน้ำให้เพียงพอในแต่ละวัน สาวๆต้องปรับเปลี่ยนตัวเองไม่ให้เครียด ไม่คิดมาก และกังวลจนเกินไป เพราะอาหารพวกนี้จะยิ่งช่วยกระตุ้นสิวให้ขึ้นมากยิ่งขึ้น นอกจากการดูแลตัวเองด้วยการดูแลและทำความสะอาดตัวเองแล้ว คุณต้องดูแลสภาพแวดล้อมทั้งที่นอน หมอน ผ้าปูเตียง หมั่นนำมาซักทำความสะอาดให้เรียบร้อย เพียงเท่านี้คุณก็จะมีใบหน้าที่สวยสดใสห่างไกลจากสิว

by

สัดส่วนและรูปร่างถือว่าเป็นเรื่องสำคัญที่สาวๆไม่อาจจะมองข้าม แต่ก่อนนั้นผู้หญิงที่ดจะต้องมีเนื้อมีหนัง หุ่นอวนเจ้าเนื้อ แต่ในสมัยนี้สังคมกลับนิยมสาวที่รูปร่างดู หุ่นเฟิร์ม ยิ่งมีซิคแพคด้วยแล้วคงเท่ไม่ใช่น้อย แต่มีอยู่สองส่วนที่สาวๆมักเกิดความกังวลและหาหวิธีจัดการกับมันอย่างเด็ดขาดได้ยาก วันนี้เราจึงอยากแนะนำวิธีลดต้นแขนในแบบฉบับสาว Healthy การลดต้นแขนและต้นขานั้นอุปกรณ์ที่สาวๆควรหามาไว้คือ ดัมเบล น้ำหนัก 1 กิโลกรัม จำนวน 2 ชิ้น เพื่อช่วยให้สามารถใช้ท่าบริหารต่างๆได้อย่างเหมาะสม เริ่มต้นด้วยให้คุณยืนตรงและกางขาออกขนานกับหัวไหล่ ให้ถือดัมเบลแนบชิดข้างลำตัวจากนั้นให้ค่อย ๆ กางแขนออกไปด้านข้างจนแขนตั้งฉากกับลำตัว พร้อมทั้งนับ 1- 5 ครบให้ถอนลมหายใจยาวๆและปล่อยแขนลงอย่างช้าๆให้กับมาแนบลำตัวเช่นเดิม ทำท่านี้แบบอย่างน้อย 15 – 30 ครั้ง ต่อด้วยท่าที่สองให้สาวๆนอนราบลงไปกับพื้นหันหน้าขึ้นและชันเข่าเล็กน้อย ใช้มือทั้งสองจับดัมเบลโดยตั้งแขนแนวตั้งฉากกับลำตัว พยายามดันดัมเบลขึ้นพร้มกับสูดหายใจช้าๆจนสุดแขนและให้ค้างไว้ประมาณ 3-5 วินาที จึงค่อย ๆ ดึงดัมเบลลงมาพริ้มทั้งสผ่อนลมหายใจออกช้า ทำท่านี้อย่างน้อยวันละ 15 -30 ครั้งเช่นกัน ต่อกันด้วยท่าสุดท้ายให้สาวๆยืนตรงอีกครั้งพร้อมทั้งกางขาออก จับดัมเบลไว้ให้ถนัดและยกขึ้นเหนือศีรษะอย่างช้าอย่าลืมว่าต้องสูดลมหายใจให้เต็มปอด เมื่อสุดแขนให้หยุดไว้ประมาณ 5 วินาที จากนั้นให้ค่อย ๆ ลดระดับดัมเบลลงมา อย่างช้าๆ ทำแบบนี15 – 20 […]

ประจำเดือน คือเลือดที่หลุดออกของเยื่อบุโพรงมดลูก โดยจะประกอบไปด้วย Estrogen และ Progesterone ซึ่งทำหน้าควบคุมเยื่อโพรงมดลูก เพื่อรักษาอาการตกไข่จากรังไข่ในแต่ละรอบเดือนแตกต่างกันออกไปในแต่และคน ซึ่งจะเกิดขึ้นเดือนละครั้งครั้งละประมาณ 3 – 4 วัน แต่หากประจำเดือนของคุณมาไม่ปกติจนทำให้เกิดอาการแทรกซ้อนต่างๆ อาหารของประจำเดือนไม่ปกติได้แก่ 1.ประจำเดือนมามากกว่าปกติ สาเหตุเกิดจากไม่มีฮอร์โมนมากระตุ้นเยื่อบุผนังมดลูกจึงทำให้เยื่อบุหนาขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อมีการขับเลือดหรือประจำเดือนออกมาจึงทำให้เราเห็นว่ามันมากกว่าปกติ 2. ประจำเดือนมาน้อยกว่าปกติ เกิดจากเยื่อในโพรงมดเกิดการลูกตีบหรือเกิดจากพฤติกรรมการรับประทานอาหารไม่ตรงเวลาและได้รับสารอาหารไม่เพียงพอ 3. ประจำเดือนมาไม่สม่ำเสมอ ถือว่าเป็นอาหารที่สาวๆมักกังวลกันมากที่สุด ลักษณะอาการคือจะมีประจำเดือนมาภายใน 2-3 เดือนต่อครั้ง เกิดจากสภาวะการตกไข่ที่น้อยจนเกินไป ยิ่งหากคุณเป็นคนที่มีน้ำหนักตัวมาก ความเครียด หรือคุมกำเนิดบางประเภท จะทำให้เกิดความไม่สมดุลของฮอร์โมนเพศ วิธีการรักษาอาการประจำเดือนมาไม่ปกตินั้นควรแก้ไขจากพฤติกรรมของคุณผู้หญิงเป็นหลัก เช่น งดสูบบุหรี่ งดดื่มเหล้า และเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ให้ครบทั้ง 5 หมู่ ขณะเป็นประจำเดือนควรหลีกเลี่ยเนื้อสัตว์แต่ให้เน้นผลไม้หรือฝักใบเขียวต่าง ๆจะดีที่สุด หมั่นออกกำลังอยู๋เสมออาทิตย์ละ 4 -5 วัน หมั่นนั่งสมาธิเพื่อควบคุมอารมณ์และความเครียดต่างๆ จะช่วยทำให้ฮอร์โมนและสุขภาพจิตของคุณดีมากยิ่งขึ้น

by

ปัญหาแพ้เครื่องสำอางถือว่าเป็นปัญหาที่สาวๆหลายคนมักกังวล เนื่องด้วยอาการแพ้เครื่องสำอางมักจะก่อให้เกิดอันตรายต่อผิวหนังและอาจจะซึมเข้าสู่ร่างกายได้ วันนี้เราจะมารู้เท่าทันถึงสาเหตุของอาการแพ้เครื่องสำอาง โดยปกติแล้วสาเหตุของการอาการแพ้เครื่องสำอางจะเกิดจากสาเหตุใหญ่ๆ 2 ชนิด ได้แก่ 1.ผลิตภัณฑ์ สาเหตุนี้เป็นสิ่งที่ผู้ผลิตเครื่องสำอางต้องให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก เนื่องจากผลิตภัณฑ์ดูแลผิวหรือเครื่องสำอางต่างจะต้องมีคุณภาพและมาตรฐานการผลิตที่ได้มาตรฐาน ไม่มีส่วนผสมของสารที่เป็นอันตรายต่อผิว สารปรอทต่างๆ สารกัดผิว หรือสารฟอกผิว ผู้ซื้อจึงควรตรวจสอบผลิตภัณฑ์ก่อนซื้อว่ามีสูตร ส่วนประกอบ หรือกรรมวิธีอย่างไรใรการผลิต เพื่อให้มั่นใจได้ว่าจะไม่มีสารอันตรายเหล่านี้อยู่หรือไม่ 2.เครื่องสำอางหมดอายุ ถือว่าเป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่คุณไม่ควรมองข้าว หากเราใช้เครื่องสำอางเก่าหรือเสื่อมสภาพเข้าจะทำให้เกิดอาการแพ้ผิวหน้ากับผู้ใช้ได้ง่ายกว่าปกติ ผู้ซื้อจึงควรตรวจสอบเครื่องสำอางก วันหมดอายุ วันที่ผลิต และการเก็บรักษาที่ผิดวิธีจนทำให้เสื่อมสภาพ เป็นเครื่องสำอางที่ไม่ปลอดภัย มีการลักลอบผสมสารห้ามใช้ จะสังเกตได้ว่ามักจะแสดงฉลากภาษาไทยไม่ครบถ้วน โดยเฉพาะไม่แสดงแหล่งผลิต หรือวัน เดือน ปี ที่ผลิต 3.ใช้เครื่องสำอางไม่ถูกวิธี หากคุณซื้อเครื่องสำอางมาสักชิ้นเพื่อใช้สำหรับเขียนที่ขอบตาแต่คุณกลับนำมาใช้สำหรับทาที่ริมฝีปาก ผลที่ตามคืออาจจะมีส่วนผสมบางอย่างที่เป็นอันตรายต่อริมฝีปากจนทำให้เกิดอาการปากบวม เป็นผื่น หรืออันตรายถึงชีวิตได้ ฉะนั้นก่อนที่คุณจะใช้เครื่องสำอางต้องอ่านวิธีใช้ให้ครบถ้วนเสียก่อนและต้องใช้ในปริมาณที่ไม่มากจนเกินไปอย่างเหมาะสม